กำจัดปลวกในบ้านต้องทำเมื่อไหร่ รอให้ปลวกขึ้นค่อยทำได้มั้ย

กำจัดปลวกในบ้านต้องทำเมื่อไหร่ รอให้ปลวกขึ้นค่อยทำได้มั้ย

 

กำจัดปลวกอย่างไรให้อุ่นใจว่าจะไม่กลับมา

บ้านไม่ใช้บริการกำจัดปลวกเสี่ยงอะไรบ้าง รับได้มั้ย แก้ไขอย่างไรดี

     ถ้าให้พูดถึงปัญหาสำคัญที่เป็นภัยเงียบและคอยกวนใจผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน หรือไม่เว้นแม้แต่ในคอนโดมิเนียม เชื่อว่าหลายคนคงจะยกให้เรื่องของ “ปลวก” เป็นปัญหาที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ แน่ ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่ความสามารถไม่เล็กตามตัวไปด้วยอย่างปลวกนั้น สามารถกัดกินบ้านของเราได้ทั้งหลัง ! ไม่ว่าบ้านของเราจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือบ้านหลังใหญ่ โดยเฉพาะกับบ้านไม้ หรือบ้านที่มีโครงสร้างบางส่วนทำมาจากไม้ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นที่ถูกใจของปลวกมากเป็นพิเศษ

     แต่สำหรับคนที่มีบ้านปูนก็อย่าเพิ่งโล่งใจไป เพราะถึงแม้ว่าปลวกจะไม่สามารถแทะกินวัสดุที่ทำมาจากกรวด ทราย และปูน ได้ แต่ปลวกก็ยังสามารถขึ้นมาทำลายล้างส่วนประกอบของบ้านจำพวกวงกบประตู หน้าต่าง หรือเฟอร์นิเจอร์ ที่ส่วนมากมักจะมีส่วนประกอบของไม้รวมอยู่ด้วยได้ โดยเฉพาะกับบ้านที่ไม่เคยมีการกำจัดปลวกมาก่อนยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่อย่างนั้น…กว่าจะรู้ตัวอีกทีบ้านของเราก็อาจจะถูกปลวกบุกรุกเข้าทำลายแทบจะทั้งหลังแล้วก็เป็นได้ มาดูกันดีกว่าว่าจะมีความเสี่ยงอะไรเกิดขึ้นได้บ้างหากบ้านของคุณไม่เคยกำจัดปลวกเลยสักครั้ง

 

1. เสี่ยงที่จะสูญเสียเงินในการกำจัดปลวกมากขึ้น

     ถ้าให้พูดถึงการแก้ไขปัญหาปลวกขึ้นบ้านแล้วนั้น การป้องกันเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าการตามแก้ไขปัญหาทีหลังอย่างแน่นอน เพราะระดับความรุนแรงของปัญหาปลวกขึ้นบ้านนั้นส่งผลโดยตรงต่อการประเมินราคาสำหรับการกำจัดปลวก เพราะโดยปกติทั่วไปแล้วปลวกที่เข้ามาบุกรุกบ้านพักอาศัยหรือแม้แต่คอนโดมิเนียมของเรานั้นล้วนอาศัยอยู่ใต้ดินเสียเป็นส่วนใหญ่ และมักจะอาศัยช่องรอยต่อของอาคาร รอยแตกของผนัง เสา คาน วอลล์เปเปอร์ ฝ้าเพดาน หรือช่องท่อ (ช่อง Shaft) และที่ชื้นต่าง ๆ เช่น บริเวณท่อระบายน้ำทิ้ง เป็นเส้นทางในการบุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา ซึ่งกว่าเราจะรู้ตัวว่าบ้านของตัวเองนั้นกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาปลวกขึ้นบ้าน ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดความเสียหายที่ค่อนข้างรุนแรงแล้ว

     โดยการกำจัดปลวกในระยะที่มีการลุกลามไปทั่วบ้านจนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หรือในกรณีที่มีการค้นพบรังปลวกมากกว่าหนึ่งรังในบ้านพักอาศัยนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการใช้สถานีเหยื่อ รวมถึงปริมาณน้ำยากำจัดปลวก และระยะเวลาในการกำจัดที่มากกว่า เพื่อทำให้พิษของสารกำจัดปลวกสามารถแพร่ไปถึงนางพญาปลวก และทำให้ปลวกตายยกรังได้ ซึ่งจะแตกต่างจากในกรณีที่การลุกลามของปลวกยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและกินพื้นที่ไปไม่มาก หรือในกรณีที่บ้านพักไม่มีการตรวจพบการลุกลามของปลวกมาก่อน ที่จะสามารถใช้วิธีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดปลวกเพียงอย่างเดียวได้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่านั่นเอง

 

2. เสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความเสียหายจากปลวกที่ประเมินค่าไม่ได้

     อย่างที่ได้กล่าวไปว่า โดยทั่วไปแล้วกว่าเราจะรู้ตัวว่าบ้านของเรานั้นกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาปลวกขึ้นบ้านนั้น ส่วนใหญ่ปลวกก็มักจะสร้างความเสียหายในระดับที่รุนแรงกว่า 90 % ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกัดแทะเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นหนังสือ ชั้นวางของ หรือเฟอร์นิเจอร์ built-in ต่าง ๆ รวมถึงของสำคัญ อย่างเช่น ประกาศนียบัตร รูปถ่าย ไดอารี่ และภาพวาด ที่ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจหาซื้อคืนมาได้อีกแล้ว

     ในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น ปลวกอาจกัดกินโครงสร้างของที่พักอาศัย ลุกลามไปยังไม้คานหรือฝ้าเพดาน ซึ่งจะสังเกตได้จากการปรากฏเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลดูคล้ายกับเศษดินเกาะตัวรวมกันอยู่เป็นผง ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ทำการกำจัดปลวกอย่างถูกวิธี ก็อาจจะก่อให้ปัญหาใหญ่อย่างการพังถล่มของเพดานบ้านที่เป็นอันตรายและสร้างความเสียหายที่ร้ายแรงต่อผู้พักอาศัยถึงขึ้นเสียชีวิตได้

 

3. เสี่ยงที่จะเผชิญกับปัญหาปลวกขึ้นบ้านไม่จบไม่สิ้น

     สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาปลวกขึ้นบ้าน มาจากการที่บ้านพักอาศัยของเรามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการสร้างรังของปลวก ซึ่งอาจจะเริ่มต้นมาจากการที่ที่ดินของบ้านเราเป็นที่ลมหรือที่รกร้าง มีเศษไม้ ใบไม้แห้ง และหญ้าแห้ง เป็นจำนวนมาก ที่เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของปลวก ประกอบกับพื้นที่สร้างบ้านอาจจะมีความชื้นสูงซึ่งเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของปลวก และหากตัวบ้านไม่ได้มีการยกพื้นบ้านสูงขึ้นจากระดับผิวดินเพื่อลดความชื้นใต้บ้านพักอาศัยก็จะยิ่งทำให้ปลวกมีโอกาสบุกรุกเข้ามาในบ้านของเราได้ง่ายขึ้น

     หากเจ้าของบ้านหรือบริษัทรับสร้างบ้านไม่ทำการกำจัดปลวกตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นการก่อสร้าง และไม่ทำการกำจัดปลวกอย่างถูกวิธี ด้วยการอัดสารกำจัดปลวกลงดินแทนการฉีดพ่นแค่เฉพาะบริเวณหน้าดิน รวมถึงไม่ทำการฉีดกำจัดปลวกซ้ำตามระยะเวลาที่กำหนด ก็อาจจะทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียเงินเปล่าไปกับการกำจัดปลวกที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ และต้องเผชิญหน้ากับปัญหาปลวกขึ้นบ้านแบบไม่จบไม่สิ้น

 

 
สอบถามข้อมูล

 

วิธีป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาปลวกขึ้นบ้าน

     เมื่อทราบถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหากบ้านของเราไม่เคยได้รับการกำจัดปลวกแล้ว แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้บ้านของตัวเองต้องเผชิญหน้ากับปัญหาปลวกขึ้นบ้านอย่างแน่นอน เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อบ้านพักอาศัย และความเสียหายทางจิตใจที่ไม่อาจประเมินค่าได้ มาดูกันดีกว่าว่าถ้าหากไม่อยากจะให้บ้านของเรามีปลวกเข้ามารบกวน นอกจากการจ้างบริษัทกำจัดปลวกแล้ว มีวิธีการอะไรบ้างที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน

 

1. กำจัดแหล่งอาหารของปลวก

     ปลวกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการเซลลูโลสเป็นอาหารหลัก จึงทำให้ปลวกมักจะกัดกินเศษไม้ เนื้อไม้ และผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ เช่น กระดาษ ผ้าฝ้าย พรม เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งของเหล่านี้ถูกวางเอาไว้ใกล้น้ำหรือในตำแหน่งที่มีความชื้นสูงมาก ๆ ก็จะยิ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของปลวกมากเป็นพิเศษ ดังนั้น การกำจัดแหล่งอาหารของปลวกเหล่านี้ออกไปให้หมด รวมถึงการปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งภายในบ้าน ให้เป็นวัสดุอื่นที่ปลวกไม่สามารถกัดกินได้ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม กระเบื้อง ไวนิล รวมถึงไม้เนื้อแข็งอย่างไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้มะค่า หรือไม้สัก ก็จะสามารถช่วยป้องกันปัญหาปลวกขึ้นบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2. เปิดบ้านรับแสง กำจัดความชื้น ป้องกันปลวก

     บริเวณที่มีความอับชื้น มืด และทึบ เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของปลวก ดังนั้นการเปิดบ้านให้สามารถรับแสงอย่างเพียงพอ และเปิดหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท รวมถึงคอยหมั่นตรวจสอบรอยรั่วซึมตามบริเวณท่อน้ำ และรอยแตกร้าวภายในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชื้นสะสมตามซอกหลืบหรือมุมต่าง ๆ บริเวณบ้าน ซึ่งจะช่วยรบกวนการอยู่อาศัยของปลวกได้เป็นอย่างดี

 

3. ปิดช่องทางเดินของปลวก

     รอยแตกหรือรอยร้าวภายในบริเวณบ้าน เป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้เมื่อเราสร้างบ้านพักอาศัยมาแล้วสักระยะหนึ่ง ซึ่งรอยเหล่านี้นั้นถือได้ว่าเป็นเส้นทางสำคัญที่จะช่วยให้ปลวกสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวบ้านของเราได้ ดังนั้น เจ้าของบ้านจึงควรหมั่นตรวจรอยแตกหรือช่องว่างบริเวณพื้นคอนกรีต ผนัง เสา คานไม้ เพดาน รวมถึงวงกบประตูและหน้าต่าง และทำการซ่อมแซม ยาแนว หรือฉาบปูนปิด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดเส้นทางเดินที่จะปลวกจะใช้เพื่อบุกรุกเข้าสู่ตัวบ้านของเรา

 

4. จัดการทางเดินของปลวกด้วยการตัดแต่งกิ่งไม้รอบบ้าน

     การตัดแต่งกิ่งไม้ใหญ่ที่พาดหรือปกคลุมหลังคาบ้าน รวมถึงการกำจัดเศษกิ่งไม้ ใบไม้ และตอไม้แห้งที่มีอยู่ภายในบริเวณบ้าน เป็นการช่วยลดแหล่งอาหารและช่วยขจัดแหล่งสร้างรังของปลวก อีกทั้งยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้ปลวก รวมทั้งสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น นก หนู และงู สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวบ้านผ่านการเดินผ่านกิ่งก้านสาขาหรือรากไม้ที่ชอนไชเข้าใต้บริเวณบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหายและความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านพักและผู้อยู่อาศัยได้

 

5. ใช้ไส้เดือนฝอยช่วยกำจัดปลวก

     การกำจัดปลวกด้วยการเลี้ยงไส้เดือนฝอย เป็นวิธีการทางธรรมชาติที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปริมาณของปลวกที่อาศัยอยู่ใต้พื้นดินโดยรอบบ้านของเราเท่านั้น แต่มูลของไส้เดือนฝอยยังช่วยทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยจุลินทรีย์ อินทรียวัตถุ และธาตุอาหารอีกมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชพรรณที่เราปลูกไว้โดยรอบบริเวณบ้าน

บริษัท คิงส์ เซอร์วิส เซ็นเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและให้บริการด้านจัดการปลวกและแมลงรบกวนต่างๆ โดย ทีมงานมืออาชีพ คุณภาพงานบริการและความปลอดภัย ทั้งในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน

 

สอบถามรายละเอียดบริการกำจัดปลวกเพิมเติมได้ที่
https://kingservice.co.th/
โทร. : 02 320 4444
E-Mail: service@kingservice.co.th
Facebook Page: https://web.facebook.com/kingservicecenter
Line: @kingservicecenter
Youtube Channel: kingservicechannel